ครั้งที่ 27


 บันทึกการเรียน ครั้งที่  27

วันอังคาร  ที่ 30 มีนาคมพ.ศ.2564

จัดตารางเข้าตรวจวิจัย บทที่ 3 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

วันอังคาร 30 มีนาคม 2564

กลุ่มละ 8 คน  จำนวน 3 กลุ่ม

กลุ่มที่ 1 เวลา 13:00 น. (8คน)

1.นางสาวอภิญญา แก้วขาว

2.นางสาวศรสวรรค์ เทพยศ

3.นางสาวปุณยวีร์ ยานิตย์

4.นางสาวนันทกา เนียมสูงเนิน

5.นางสาวสุธิดา ยศรุ่งเรือง

6.นางสาวชนม์นิภา อินทจันทร์

7. นาวสาวชฎาพร คำผง

8.นางสาวเบญจวรรณ ปานขาว

💜💜💜💙💙💚💚💙💙💜💜

กลุ่มที่ 2  

1.ณัฏฐา กล้าการนา 

2.กัญญาภัค ดวงตาดำ 

3.ตวงรัตน์ เจริญภาพ

4.อารีย์รัตน์ ไชยคำ

5.นวรัตน์ ปิยางกูร

6.ภูมรินทร์ ภูมิอินทร์

7.ทิพรดา ชำนาญจิต

8.สุพัตรา บุญ จำเนียร

💜💚💛💜💚💙🧡❤💚💚💚💚💜

กลุ่มที่ 3 

1.ชนิตา โพธิ์ศรี

2.กัลยกร เกิดสมบูรณ์

3.ปิยภรณ์ วงษ์ป้อม


 แก้ไขครั้งที่ 2 วันที่ 30 มีนาคม 2564

เรื่อง  ผลของการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะเชิงสร้างสรรค์ที่มีต่อการกล้าแสดงออกของเด็กปฐมวัย

ผู้จัดทำวิจัย นางสาวจิรกิตติ์ ถิ่นพันธ์ เลขที่ 12              

บทที่ 3

วิธีดำเนินการศึกษาค้นคว้า

  การวิจัยเรื่องผลของการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะเชิงสร้างสรรค์ที่มีต่อการกล้าแสดงออกของเด็กปฐมวัย   โรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์ สำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษากรุงเทพมหานคร  ผู้วิจัยได้ดำเนินตามลำดับขั้นตอนดังนี้

    1.ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

    2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

    3. การสร้างเครื่องมือและหาคุณภาพ

    4.วิธีการดำเนินการวิจัย

    5. การเก็บรวบรวมข้อมูล

    6.การวิเคราะห์ข้อมูล

    7.สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

1.ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

  ประชากร 

        เด็กปฐมวัย ชาย-หญิงอายุระหว่าง 4-5 ปี และกำลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาลปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 โรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์ สำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษากรุงเทพมหานคร จำนวน 2 ห้อง  ห้องเรียนละ 33 คน รวมทั้งสิ้น  67 คน

  กลุ่มตัวอย่าง

    เด็กปฐมวัย ชาย-หญิงอายุระหว่าง 4-5 ปี และกำลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาลปีที่ 2/1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563   โรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์ สำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษากรุงเทพมหานคร  จำนวนนักเรียน 33  คน ได้มาโดยวิธีการเลือกแบบการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม (Cluster sampling ) 

2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

เครื่องมือวิจัย

ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ ผู้วิจัยสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยดังนี้

1. แผนการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะเชิงสร้างสรรค์ จำนวน 24 แผน

2. แบบสังเกตพฤติกรรมกล้าแสดงออก

 3. การสร้างเครื่องมือและหาคุณภาพ

1. แผนการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะเชิงสร้างสรรค์

ขั้นตอนในการสร้างเครื่องมือและหาคุณภาพเครื่องมือวิจัย

1. การสร้างแผนการจัดกิจกรรมการเคลื่อนไหวเชิงสร้างสรรค์ดำเนินการตามลำดับขั้นดังต่อไปนี้

 1.1 ศึกษาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 และเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวเชิงสร้างสรรค์ 

1.2 ผู้วิจัยสร้างแผนการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวเชิงสร้างสรรค์ตามทักษะการยืน การเดิน การกระโดด การวิ่ง 

1.3 นำแผนการจัดกิจกรรมเสนอผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่านตรวจพิจารณาเพื่อหาความสอดคล้องของจุดประสงค์ เนื้อหาการดำเนินกิจกรรมสื่อการเรียนการประเมินผล

1.4 ปรับปรุงแผนการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวเชิงสร้างสรรค์ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญที่ตรงกัน 2 ใน 3 ท่านซึ่งถือเป็นเกณฑ์ที่เหมาะสม 

1.5 นำแผนการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวเชิงสร้างสรรค์ ไปทดลองใช้กับนักเรียนที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง( Try -out) เพื่อหาเพื่อหาความเป็นไปได้ 

1.6 ปรับปรุงแก้ไขแผนแผนการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวเชิงสร้างสรรค์

1.7 นำแผนการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวเชิงสร้างสรรค์ ไปทดลองใช้กับนักเรียนใช้กับเด็กกลุ่มตัวอย่างที่ชั้นอนุบาลปีที่2/1อายุระหว่าง 4-5 ปี โรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์ สำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษากรุงเทพมหานคร

2.แบบสังเกตพฤติกรรมกล้าแสดงออก

แบบสังเกตพฤติกรรมความกล้าแสดงออก มีขั้นตอนต่อไปนี้

1.ศึกษาแนวคิด  หลักการ ทฤษฎี และผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมความกล้าแสดงออก

2. ศึกษาการสร้างแบบประเมินพฤติกรรมความกล้าแสดงออก 

3.การสร้างแบบพฤติกรรมความกล้าแสดงออก จะต้องมีความสอดคล้องและครอบคลุมกับเนื้อหาที่นิยาม

4.นําแบบสังเกตพฤติกรรมความกล้าแสดงออก ไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความสอดคล้องและความถูกต้อง เหมาะสมกับความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา และความเหมาะสมของแบบสังเกตพฤติกรรม จำนวน 3 ท่าน 

5. นำแบบสังเกตพฤติกรรมความกล้าแสดงออก ที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 ท่าน ปรับปรุงแก้ไข  ตามความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญและนําคะแนนที่ได้จากการลงความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ หาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างพฤติกรรมกับจุดประสงค์ IOC มากกว่าหรือเท่ากับ 0.5 จึงจะเหมาะสมและใช้ได้ (บุญเชิด  ภิญโญอนันตพงษ์. 2526 : 89)

การแสดงหลักฐานความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาครั้งนี้ดำเนินตามลำดับดังนี้

 +1 หมายถึง  แน่ใจว่าข้อสอบวัดตรงตามจุดประสงค์ข้อนั้น

 0 หมายถึงไม่แน่ใจว่าข้อสอบวัดความตรงตามจุดประสงค์ข้อนั้นหรือไม่

 -1 หมายถึงแน่ใจว่าข้อสอบไม่ตรงตามจุดประสงค์ข้อนั้น

6. ปรับปรุงแก้ไขแบบสังเกตแบบพฤติกรรมความกล้าแสดงออกตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ

7. นำแบบแบบพฤติกรรมความกล้าแสดงออก โดยนำแบบสังเกต ไปทดลอง( Try -out)กับเด็กปฐมวัย โรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์ ที่ไม่ใช้กลุ่มตัวอย่างเพื่อความเป็นไปได้

8. หาค่าความเชื่อมั่นของเด็กอนุบาลที่ 2/2 ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง โรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์ หาค่าความเชื่อมั่นโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์อัลฟา (ครอนบัค) เนื่องจากแบบสังเกตมีระดับคะแนนไม่เท่ากัน

 9. ปรับปรุงแก้ไขแบบสังเกตความกล้าแสดงออกของเด็กปฐมวัยให้เป็นฉบับสมบูรณ์ 

10. จัดทำแบบสังเกตความกล้าแสดงออกของเด็กปฐมวัยฉบับสมบูรณ์ไปใช้กับกลุ่มตัวอย่างต่อไป

4.วิธีดำเนินการวิจัย

  การวิจัยเรื่องผลของการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะเชิงสร้างสรรค์ที่มีต่อการกล้าแสดงออกของเด็กปฐมวัย ผู้วิจัยได้ดำเนินการทดลองโดยอาศัยการวิจัย แบบการวิจัยกึ่งทดลอง  (Quasi-Experimental Research)

ตารางแบบแผนการวิจัย 



สัญลักษณ์ที่ใช้ในการแบบแผนการทดลอง

E แทน กลุ่มตัวอย่าง

X แทน การทดลองโดยใช้กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะเชิงสร้างสรรค์

O1  แทน  การสังเกตก่อนการทดลองด้วยใช้แบบบันทึกพฤติกรรมความกล้าแสดงออก

O2   แทน   การสังเกตหลังการทดลองด้วยใช้แบบบันทึกพฤติกรรมความกล้าแสดงออก

ดำเนินการวิจัยมีขั้นตอนดังนี้

1. ผู้วิจัยศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีดำเนินการวิจัยการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะเชิงสร้างสรรค์ที่มีต่อการกล้าแสดงออกของเด็กปฐมวัย

 2. ทำการสังเกตและบันทึกผลพฤติกรรมความกล้าแสดงออกก่อนการทดลองด้วยแบบบันทึกพฤติกรรมความกล้าแสดงออกที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นกับนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง 

3. ดำเนินการวิจัยกับกลุ่มตัวอย่างโดยการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะเป็นเวลาทดลอง 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 คาบ คาบละ 30  นาที

4. ทำการสังเกตและบันทึกพฤติกรรมความกล้าแสดงออกของเด็กปฐมวัยหลังการทดลองด้วยแบบบันทึกพฤติกรรมความกล้าแสดงออกของเด็กปฐมวัยที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น

 5. นำข้อมูลที่ได้จากการสังเกตสัปดาห์ที่ 8 (Posttest) ไปเปรียบเทียบข้อมูลพื้นฐานเดิมของเด็ก (Pretest) ไปวิเคราะห์ตามวิธีการทางสถิติ

 6. นำข้อมูลจากการสังเกตสัปดาห์ที่ 1 ถึงสัปดาห์ที่ 8 มาวิเคราะห์เพื่อแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมความกล้าแสดงออกของเด็กปฐมวัยโดยนำเสนอในบทที่ 4 

7. นำข้อมูลที่ได้มาอภิปรายผลบทที่ 4 และนำเสนอในบทที่ 5 

5.การเก็บรวบรวมข้อมูล

ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลที่ได้จากการสังเกตการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะเชิงสร้างสรรค์ โดยทำการสังเกตก่อนการทดลองและหลังการทดลองแล้วนำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์ตามวิธีการทางสถิติต่อไป

การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

การวิเคราะห์ข้อมูล

การวิจัยครั้งนี้จะวิเคราะห์และอภิปรายผลจากข้อมูลที่สังเกตจากการบันทึกพฤติกรรมความกล้าแสดงออกของเด็กปฐมวัยโดยวิเคราะห์และอภิปรายผลจากข้อมูลที่สังเกตจากสภาพที่เป็นจริงที่เกิดขึ้นขณะดำเนินการตามขั้นตอนซึ่งจะวิเคราะห์ข้อมูลทุกครั้งหลังจากทำกิจกรรม 

1. วิเคราะห์ข้อมูลหลังจากดำเนินกิจกรรมทุกครั้งโดยใช้ข้อมูลที่ได้จากแบบบันทึกพฤติกรรมความกล้าแสดงออกและจากการสะท้อนมาวิเคราะห์ 

2. เมื่อสิ้นสุดการวิจัยนำผลการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้ในข้อ 1 มาจัดระบบข้อมูลโดยแบ่งตามระยะเวลาของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมความกล้าแสดงออกของเด็กปฐมวัยและการนำปัจจัยไปใช้ 

3. นำข้อมูลที่ได้มาอภิปรายเพื่อนำเสนอในบทที่ 5 


สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
1.สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
1.1 หาค่าร้อยละ
     หาค่าร้อยละ (Persentage)  ใช้สูตร ดังนี้ ( บุญชม ศรีสะอาด 2545:104 )
                                    




      เมื่อ P      แทน ร้อยละ
          Σx   แทน ผลรวมของคะแนน
          n      แทน จำนวนทั้งหมดหรือจำนวนทั้งหมดที่เทียบเป็นร้อยละ
1.2 ค่าความเชื่อมั่นของแบบสังเกตความกล้าแสดงออกของเด็กปฐมวัยวิธีหาจากสูตรสัมประสิทธิ์แอลฟา
การหาค่าความเที่ยงโดยใช้สูตรของครอนบัค (Cronbach) นี้ปรับมาจากสูตร KR – 20 ใช้หาความเที่ยงของเครื่องมือวัดที่ให้คะแนนแตกต่างกันไปในแต่ละข้อได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นระบบการให้คะแนนแบบ ๑ กับ ๐ สูตรการคำนวณเป็นดังนี้ (ศิริชัย กาญจนวาสี, 2544)




1.3  การหาความเที่ยงตรงตามเนื้อหาของแบบสังเกตพฤติกรรมความกล้าแสดงออกของเด็กปฐมวัยโดย ใช้ดัชนีความสอดคล้องระหว่างการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวเชิงสร้างสรรค์กับจุดประสงค์ (บุญเชิดภิญโญอนันตพงษ์, 2545: 95)  โดยใช้สูตร IOC ดังนี้



 เมื่อ  IOC แทน ดัชนีความสอดคล้องระหว่างพฤติกรรมความกล้าแสดงออกกับจุดประสงค์

แทน   ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ

   N     แทน    จำนวนผู้เชี่ยวชาญ 





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น